กฏหมายเกี่ยวกับการพิมพ์อิเล็กทรอนิกส
พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์
พ.ศ.๒๕๕๐
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยการจดแจ้งการพิมพ์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติตามกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ดังต่อไปนี
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์
พ.ศ.๒๕๕๐"
มาตรา ๒
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) พระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔
(๒) พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๔๘๔
(๓) พระราชบัญญัติการพิมพ์ (ฉบับที่ ๓)
พุทธศักราช ๒๔๘๘
(๔) คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่
๕ ลงวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
(๕) คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่
๓๖ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๙
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
"พิมพ์" หมายความว่า
ทำให้ปรากฏด้วยตัวอักษร รูปรอบ ตัวเลข แผนผังหรือภาพโดยวิธีการอย่างใด ๆ
"สิ่งพิมพ์" หมายความว่า
สมุด หนังสือ แผ่นกระดาษ หรือวัตถุใด ๆ ที่พิมพ์ขึ้นเป็นหลายสำเนา
"หนังสือพิมพ์" หมายความว่า
สิ่งพิมพ์ซึ่งมีชื่อจ่าหน้าเช่นเดียวกัน และออกหรือเจตนาจะออกตามลำดับเรื่อยไป
มีกำหนดระยะเวลาหรือไม่ก็ตาม มีข้อความต่อเนื่องกันหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงนิตยสาร วารสาร สิ่งพิมพ์ที่เรียกชื่ออย่างอื่นในทำนองเดียวกัน
"ผู้พิมพ์" หมายความว่า
บุคคลซึ่งจัดการและรับผิดชอบในการพิมพ์
"ผู้โฆษณา" หมายความว่า
บุคคลซึ่งรับผิดชอบในการจัดให้สิ่งพิมพ์แพร่หลายด้วยประการใด ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือให้เปล่า
"บรรณาธิการ" หมายความว่า
บุคคลผู้รับผิดชอบในการจัดทำ และควบคุมเนื้อหา
ข้อความหรือภาพที่ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์
รวมทั้งวัสดุหรือเอกสารที่แทรกในหนังสือพิมพ์โดยความเห็นชอบของบรรณาธิการด้วย
"เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์" หมายความว่า
บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
"พนักงานเจ้าหน้าที่" หมายความว่า
ผู้ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๕ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับกับสิ่งพิมพ์ ดังต่อไปนี้ คือ
(๑) สิ่งพิมพ์ของส่วนราชการ หรือหน่วยงานรัฐ
(๒) บัตร บัตรอวยพร ตราสาร แบบพิมพ์
และรายงานซึ่งใช้กันตามปกติในการส่วนตัว การสังคม การเมือง การค้า
หรือสิ่งพิมพ์ที่มีอายุการใช้งานสั้น เช่น แผ่นพับหรือแผ่นโฆษณา
(๓) สมุดบันทึก สมุดแบบฝึกหัด หรือสมุดภาพระบายสี
(๔) วิทยานิพนธ์ เอกสารคำบรรยาย
หรือสูตรการเรียนการสอน หรือสิ่งพิมพ์อื่นทำนองเดียวกันที่เผยแพร่ในสถานศึกษา
มาตรา ๖
ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎหระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
หมวด ๑ สิ่งพิมพ์
มาตรา ๗
ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาสิ่งพิมพ์ที่พิมพ์และเผยแพร่ในราชอาณาจักรต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม
ดังต่อไปนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๓)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีนิติบุคคลเป็นผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณา กรรมการ ผู้จัดการ
หรือผู้แทนอื่นของนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคหนึ่งด้วย
มาตรา ๘
ในสิ่งพิมพ์ซึ่งเป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือพิมพ์และพิมพ์ขึ้นในราชอาณาจักรให้แสดงข้อความ
ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งโรงพิมพ์
(๒) ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา
(๓)
เลขมาตรฐานสากลประจำหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติได้ออกให้
ข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด และบรรดาชื่อตาม
(๑) และ (๒) มิให้เป็นชื่อย่อ หรือนามแฝง
สิ่งพิมพ์ตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงสิ่งพิมพ์ที่บันทึกด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อขายหรือให้เปล่าด้วย
มาตรา ๙ ให้ผู้พิมพ์ส่งสิ่งพิมพ์ตามมาตรา ๘
จำนวนสองฉบับให้หอสมุดแห่งชาติภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันเผยแพร่
มาตรา ๑๐
ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจขอคำสั่งโดยประการในราชกิจจานุเบกษา
ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าเพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ซึ่งสิ่งพิมพ์ใด ๆ
ที่เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน โดยจะกำหนดเวลาห้ามไวในคำสั่งดังกล่าวด้วยก็ได้
การออกคำสั่งตามวรรคหนึ่ง
ห้ามมิให้นำข้อความที่มีลักษณะที่เป็นการหมิ่นประมาท
ดูหมิ่นหรือแสดงอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี
รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร
หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนมาแสดงไว้ด้วย
สิ่งพิมพ์ที่เป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่ง
ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลาย
หมวด ๒ หนังสือพิมพ์
มาตรา ๑๑
หนังสือพิมพ์ซึ่งพิมพ์ขึ้นภายในราชอาณาจักรต้องจดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้
ผู้ยื่นจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ต้องยื่นแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานซึ่งต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อ สัญชาติ ถิ่นที่อยู่ของผู้พิมพ์
ผู้โฆษณา บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์แล้วแต่กรณี
(๒) ชื่อของหนังสือพิมพ์
(๓) วัตถุประสงค์และระยะเวลาออกหนังสือพิมพ์
(๔) ภาษาที่หนังสือพิมพ์จะออกใช้
(๕) ชื่อและที่ตั้งโรงพิมพ์หรือสถานที่พิมพ์
(๖) ชื่อและที่ตั้งสำนักงานของหนังสือพิมพ์
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานตามวรรคสองแล้ว
ให้รับจดแจ้งและออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้ยื่นจดแจ้งโดยไม่ชักช้า
เว้นแต่ผู้ยื่นจดแจ้งยังดำเนินการไม่ถูกต้องหรือครบถ้วนตามมาตรา ๑๓ มาตรา ๑๔ มาตรา
๑๕ หรือมาตรา ๑๖
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำให้ผู้ยื่นจดแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องและครบถ้วนทุกเรื่องในคราวเดียวกันภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแบบการจดแจ้งการพิมพ์และหลักฐานการจดแจ้ง
เมื่อได้ดำเนินการถูกต้องและครบถ้วน ให้รับจดแจ้งพร้อมออกหนังสือสำคัญแสดงการจดแจ้งให้แก่ผู้แจ้งโดยพลัน
หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง
การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง
การกำหนดแบบการจดแจ้งการพิมพ์และอัตราค่าธรรมเนียมการจดแจ้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๒ ในหนังสือพิมพ์ให้แสดงข้อความ ดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อของผู้พิมพ์และที่ตั้งของโรงพิมพ์
(๒) ชื่อและที่ตั้งของผู้โฆษณา
(๓) ชื่อของบรรณรธิการหนังสือพิมพ์
(๔) ชื่อและที่ตั้งของเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
ข้อความตามวรรคหนึ่งให้พิมพ์ไว้ในลักษณะที่เห็นได้ชัด
และบรรดาชื่อตามวรรคหนึ่งมิให้ใช้ชื่อย่อ หรือนามแฝง
มาตรา ๑๓ ชื่อของหนังสือพิมพ์ต้องไม่มีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับพระปรมาภิไธย
พระนามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ พระนามาภิไธยย่อ หรือนามพระราชวงศ์
(๒) ไม่พ้องหรือมุ่งหมายให้คล้ายกับราชทินนาม
เว้นแต่ราชทินนามของตน ของบุพการี หรือของผู้สืบสันดาน
(๓)
ไม่ซ้ำกับชื่อหนังสือพิมฑ์ที่ได้รับจดแจ้งไว้แล้ว
(๔) ไม่มีคำหรือความหมายหยาบคาย
มาตรา ๑๔
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) มีสัญชาติไทย หรือสัญชาติแห่งประเทศซึ่งมีสนธิสัญญากับประเทศไทย
(๓) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๕ เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา
ผู้พิมพ์ หรือผู้โฆษณาต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(๑) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
(๒) มีสัญชาติไทย
(๓) มีถิ่นที่อยู่ประจำในราชอาณาจักร
(๔)
ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่จะพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีหรือเป็นความผิดโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๑๖
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลต้องมีบุคคลซึ่งมีสัญชาติไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
๗๐ ของหุ้นทั้งหมด
และต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่าสามในสีของจำนวนกรรมการทั้งหมดเป็นผู้มีสัญชาติไทยด้วย
ห้ามมิให้บุคคลใดถือหุ้นแทนบุคคลซึ่งมิได้มีสัญชาติไทยในนิติบุคคลที่เป็นเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่เป็นนิติบุคคลมีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นหรือมีกรรมการเป็นผู้มีสัญชาติไทยน้อยกว่าจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่ง
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพิกถอนการจดแจ้ง ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎหระทรวง
มาตรา ๑๗ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือผู้ใดเปลี่ยนแปลงรายการอย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา
๑๑ วรรคสอง
ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้ง
ภายในสามสิบวันนับแต่ไดทำการเปลี่ยนแปลงรายการดังกล่าว
มาตรา ๑๘ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดเลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
ต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบเพื่อยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงรายการในหลักฐานการจดแจ้ง
ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เลิกเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการหรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์
หมวด ๓ บทกำหนดโทษ
ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง
มาตรา ๑๙ ผู้พิมพ์หรือผู้โฆษณาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘
หรือมาตรา ๙ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๒๐ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๒๑ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๗
ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสองหมื่นบาท
มาตรา ๒๒ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษปรับทางปกครองไม่เกินสามหมื่นบาท
มาตรา ๒๓
ถ้ากระทำผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่องและพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งลงโทษปรับทางปกครองสำหรับความผิดนั้น
ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษปรับรายวันอีกนับตั้งแต่วันที่คำสั่งลงโทษปรับทางปกครองดังกล่าวตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะปฏิบัตืให้ถูกต้องในอัตราดังต่อไปนี้
(๑) กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๙ และ ๒๐
ให้ปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งพันบาท
(๒) กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๒๑
ให้ปรับอีกวันละไม่เกินสองพันบาท
(๓) กรณีโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๒๒
ให้ปรับอีกวันละไม่เกินสามพันบาท
มาตรา ๒๔
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองแก่ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของสิ่งพิมพ์หรือหนังสือพิมพ์
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนด
ส่วนที่ ๒ โทษอาญา
มาตรา ๒๕
ผู้ใดออกหนังสือพิมพ์โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ับแจ้งตามมาตรา ๑๑
หรือรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะที่ต้องห้ามของการเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ แล้วได้เป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณาธิการ หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ โดยฝ่าฝืนมาตรา ๗ มาตรา ๑๕
หรือมาตรา ๑๖ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน
หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๒๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๖ วรรคสอง
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่ห้าแสนบาทถึงห้าล้านบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งให้เลิกการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน
หรือสั่งให้เลิกการร่วมประกอบธุรกิจ หรือสั่งให้เลิกการถือหุ้น
หรือการเป็นหุ้นส่วน แล้วแต่กรณี
หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลต้องระวางโทษปรับวันละห้าหมื่นบาทถึงสองแสนห้าหมื่นบาทตลอกเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
มาตรา ๒๗
ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามมาตรา ๑๐
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๒๘
หนังสือพิมพ์ซึ่งได้แจ้งความแก่เจ้าพนักงานการพิมพ์ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์
พุทธศักราช ๒๔๘๔ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ
ให้ถือว่าหนังสือพิมพ์ดังหล่าวเป็นหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งการพิมพ์ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้แล้ว
มาตรา ๒๙ ผู้ใดเป็นนผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา บรรณาธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่ได้จดแจ้งตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช
๒๔๘๔ อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา
บรรณราธิการ
หรือเจ้าของกิจการหนังสือพิมพ์ที่ได้มีการจดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัตินี้แล้ว
ผู้สนองพระบรมราชโองการ
พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๙๓ ก/หน้า ๑ - ๙/๑๘ ธันวาคม
๒๕๕๐.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น